visibility 106 ครั้งViews

108 ทริปดอทคอม

108 TRIP.COM

location_onอุดรธานี
share

home 74/1 ซอยลาดพร้าว 80 แยก 26 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

home 74/1 Soi Lardprao 80 Yak 26 ,Wangthonglang Sub District ,Wangthonglang District ,Bangkok 10310

email 108Trip.op2@gmail.com

local_phone 029339933

language www.108trip.com

รายละเอียด

Detail

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ

3D2N package in Udon Thani Nongkhai Bueng Kan

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ราคาพิเศษเพียง 6,300 บาท จากราคาปกติ 6,800 บาท บาทต่อท่าน


วันแรก ท่าอากาศยานอุดรธานี - ทะเลบัวแดง - อุดรธานี - เกาะคําชะโนด - ถนนคนเดินอุดรธานี
เช้า ต้อนรับทุกท่าน ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี พร้อมรถตู้ VIP และทีมงาน 108trip ให้การบริการต้อนรับและดูแลตลอดการเดินทาง
นำทุกท่าน นําท่านเดินทางสู่ ทะเลบัวแดง ตั้งอยู่ที่ บึงหนองหาน อำเภอ กุมภวาปีจังหวัดอดุรธานีซึ้ง ที่ทะเลบัวแดงถือว่าเป็น ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่งดงาม และยังเป็นสถานที่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Unseen Thailand อีกหนึ่งแหล่ง เลยก็ว่าได้ทะเลบัวแดง หรือบึงหนองหานมีเนื้อที่ 28,125 ไร่โดยประมาณ เต็มไปด้วยปลาจำนวนมาก มีนกอย่างน้อย 74 ชนิด และพืชน้ำอีกอย่างน้อย 15 ชนิดโดยเฉพาะ บัวแดง หรือ บัวสาย ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว ของทุกปีอีกด้วย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

นําท่านเดินทางไปยัง เกาะคําชะโนด เชื่อกันว่า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และดินแดนลี้ลับจุด เชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาล และโลกมนุษย์ สถานที่แห่งนี้ปรากฏในตํานานพื้นบ้าน ที่เชื่อกันว่าเป็นที่สิงสถิต ของพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ และองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวีและสิ่งลี้ลับ ต่างๆ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจรวมศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสาน ตอนบน คําชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำ เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคําชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น ร่มเย็น เพราะปกคลุมไปด้วยต้นชะโนดทั่วบริเวณ ให้ท่านได้กราบไหว้ ศาลเจ้าปู่ ศรีสุทโธ ขอโชค ขอพร ขอลาภ ตามอัธยาศัย
เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
นำท่านเพลิดเพลิน ถนนคนเดินอุดรธานีซึ้งจะมีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม งานหัตถกรรม งานศิลปะ สินค้าหายาก และสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่วนของลานกิจกรรมมีการส่งเสริมกลุ่มนักเรียน นักศึกษาให้แสดง ความสามารถทางดนตรี (เปิดให้บริการวันศุกร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.)
เย็น อิสระอาหารเย็น (เพื่อความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยว)
จากโรงแรมสามารถเดิน ไปเที่ยว ถนนคนเดินได้
ค่ำ กลับเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง วัดป่าภูก้อน - หนองคาย - วัดผาตากเสื้อ - SKYWALK - วัดโพธิ์ชัย - บึงกาฬ – Bueng kan Walking Street
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก พร้อมเก็บสัมภาระ Check out ออกเดินทาง
นําท่านเดินทางไปยัง วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม บ้านนาคํา ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี
จานั้นนําท่านเดินทางต่อไปยัง หนองคาย (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง) จากนั้นนําท่านไปยัง วัดผาตากเสื้อ และ SKYWALK เป็นวัดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทย -ลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สามารถเดินลัดเลาะตามหน้าผาเพื่อชม ธรรมชาติและ ทิวทัศน์ที่สวยงาม ที่วัดมีชื่อว่า “วัดผาตากเสื้อ ” เป็นวัดแห่งหนึ่งที่นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เนื่องจากเป็น ตั้งอยู่ที่สูงบนยอดเขาสูง หากขึ้นไปบนผาจะเห็นวิวที่สวยงามสามารถที่จะมองเห็นด้านล่างทั้งฝั่งไทย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
นําท่านเดินทางสู่วัด โพธิ์ชัย (พระอารามหลวง ) จากเดิมชื่อ “วัดผีผิว” เนื่องจากวัด นี้เคยใช้ เป็นที่เผาผีหรือเผาศพ และว่ากันว่ามีผีดุ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น วัดโพธิ์ชัย ในสมัยรัตนโกสินทร์แล้วจึงยกฐานะขึ้นมาเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 24 สงิหาคม พ .ศ. 2524 ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส ” พระพุทธรูปขัด สมาธิราบปางมารวิชัย
นําท่านเดินทางสู่ จังหวัดบึงกาฬ (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่ว โมง) จากนั้นนําท่านเพลิดเพลินไปกับ ถนนคนเดิน Bueng kan Walking Street (เปิดให้บริการวันศุกร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.)
เพื่อความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยว จึงให้อิสระมื้อเย็นตามอัธยาศัย เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม เขาสามวาฬ - วัดภูทอก - อุดรธานี - สนามบินอุดรธานี
เช้า ตื่นเช้า ชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ จุดชมวิวหินสามวาฬ โดยรถของชาวบ้านท้องถิ่น หินสามวาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาด ใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี เมื่อมองดูจากมุมสูงในระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดู คล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก พร้อมเก็บสัมภาระ Check out
ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการ เดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันได เวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี
13.00 น บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
ก่อนเดินทางกลับ แวะซื้อของฝาก ณ ร้าน VT แหนมเนียง
16.30 น ส่งทุกท่าน ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี พร้อมความประทับใจ

3D2N package in Udon Thani Nongkhai Bueng Kan special price only 6,300 baht from normal price of 6,800 baht/person

 

First day: Udon Thani Airport – red lotus lake – Kham Chanot – Udon Thani Walking Street

Morning – meet at Udon Thani Airport

Go to Red Lotus Lake at Nong Han Lake and sightseeing.

Noon – lunch at a restaurant

Go to Koh Kham Chanot and leisure time.

Check into the accommodation.

Leisure time at Udon Thani Walking Street (Fri-Sat 16.00 – 21.00)

Evening – free dinnertime and leisure time

 

Second day: Wat Pa Phu Kon – Wat Pha Tak Suea – Skywalk – Wat Pho Chai - Bueng kan Walking Street

Morning – breakfast at the hotel and check out of the hotel

Go to Wat Pa Phu Kon

Go to Wat Pa Tak Suea in Nongkhai and go to skywalk

Noon – lunch at a restaurant

Go to Wat Pho Chai.

Go to Bueng Kan and visit Bueng Kan Walking Street

Leisure time at dinner and check into the hotel

 

Third day: Hin Sam Wan – Wat Phu Tok – Udon Thani Airport

Morning – watch the sunrise at Hin Sam Wan. Have breakfast at the hotel and check out.

Visit Wat Phu Tok.

13.00 – lunch at a restaurant

Buy souvenirs at VT Nam Nueng

16.30 drop you off at Udon Thani Airport

ราคาพิเศษSpecial price 6,300 บาทBaht

จำนวน Number
แพ็กเกจ Packege
query_builder ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ Special deal’s duration : 2021-03-01 ถึง - 2021-10-31

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว นครพนม – อุบลราชธานี

3D2N package in Nakhon Phanom - Ubon Ratchathani

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว นครพนม – อุบลราชธานี ราคาพิเศษเพียง 6,500 บาท จากราคาปกติ 7,000 บาทต่อท่าน

วันแรก ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานนครพนม – อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมิน – บ้านลุงโฮ – พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่า – วัดนักบุญอันนา หนองแสง – อุโมงนาคราช – พญาศรีสัตตนาคราช
เช้า รับคณะที่จุดนัดหมายท่าอากาศยานดอนเมือง
09:55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนครพนม พร้อมรถตู้ VIP และทีมงาน 10 8trip ให้การบริการต้อนรับและดูแลตลอดการเดินทาง
10:30 น. เดินทางถึง อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมิน ที่สร้างบนเนื้อที่ 7 ไร่ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ประธานโฮจิมินห์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2559 โดยภายในอนุสรณ์ฯ ประกอบไปด้วย ซุ้มประตูอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์เป็นซุ้มที่มีการออกแบบผสมผสานระหว่างศิลปะแบบเวียดนามและไทย ซึ่งมีภาพศิลปะนูนต่ำสีสันสวยงาม เป็นรูปดอกไม้ประจำชาติเวียดนามคือ “ดอกบัว” และดอกไม้ประจำชาติไทยคือ ”ดอกราชพฤกษ์” (ดอกคูณ)
อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่อนุสรณ์ฯ ก็คือ “บ้านพักจำลอง”ที่ตั้งอยู่ทางด้านขวาของตัวอาคารรูปปั้นเคารพฯ ซึ่งบ้านพักจำลองนี้ได้สร้างจำลองมาจากบ้านของประธานโฮจิมินห์ที่เคยมาอาศัยอยู่ที่บ้านนาจอก โดยตัวบ้านเป็นบ้านไม้ทั้งหลังชั้นเดียวแบบเวียดนาม มีห้องครัวและยุ้งฉางข้าวแบบดั้งเดิมแยกออกมาจากตัวบ้าน
10:45 น. ต่อด้วยการชมบ้านของจริง บ้านลุงโฮ หรือที่มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า บ้านท่านโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เป็น อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ที่ได้มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ ที่ครั้งหนึ่ง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาอาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของเวียดนามในช่วงระหว่างการทำสงคราม เพื่อเตรียมการ ปฏิวัติสู้กับประเทศฝรั่งเศษ โดยในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2467–2474 ลุงโฮได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนครพนม โดยมาอาศัยอยู่กับเพื่อนที่ มาจากเวียดนามที่ถือได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อนสนิทของลุงโฮนั้นเองได้เดินทางเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ใน ประเทศไทยและมีครอบครัวที่ประเทศไทย
11:30 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
12:45 น. พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นในจังหวัดนครพนม ที่มีความสวยงามโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นแบบตะวันตก เพราะได้รับอิทธิพลในรูปแบบการก่อสร้างจากฝรั่งเศส ช่วงสมัยสงครามอินโดจีน จวนผู้ว่าฯหลังนี้สร้างขึ้นโดยพระยาพนมครานุรักษ์ (อุ้ย นครทรรภ) ผวจ.นครพนม คนแรก เป็นตึก 2 ชั้น ทรงจั่ว ก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้องไทย ชั้นล่างปูกระเบื้องซีเมนต์ พื้นชั้นบนปูกระดานไม้เข้าลิ้น สร้างด้วยอิฐดินเผาสมัยโบราณ
13:30 น. วัดนักบุญอันนาหนองแสง เป็นวันคริสต์คาทอลิก ที่เก่าแก่ของจังหวัดนครพนม มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนถนนสุนทรวิจิตร ในเมืองนครพนม ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1926 โดยบาทหลวงเอดัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนาหนองแสงนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกัน เช่น คนญวน คนไทย คนจีน คนลาวเป็นต้น วัดนักบุญมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา และยังมีอาคารที่ทำการศาสนกิจของบาทหลวงนิกายคาทอลิก ก่อตั้งโดยบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ ภายหลังจัดตั้งเป็นมูลนิธิบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ อาคารหลังนี้มีสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลก่อด้วยอิฐปูน ภายนอกสีเหลืองสวยงาม สร้างราวปี ค.ศ.1952 การก่อสร้าง ใช้วัสดุก่อสร้างบางอย่างนำเข้ามาจากเมืองไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม
14:15 น. อุโมงค์นาคราช เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สำคัญของเส้นทางจักรยานริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม จะอยู่ช่วงหลังที่ทำการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง มีระยะทางประมาณ 307 เมตร มีลักษณะเป็นอุโมงค์เหล็ก มีผนังกั้นปลอดภัย สามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของลำน้ำโขงได้กว้างไกลและสามารถขี่จักรยานสวนกันได้
15:00 น. พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม ประดิษฐานบน ริมฝั่งแม่น้ำโขง บนลานศรีสัตตนาคราช หน้าสำนักงาน ป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน มีความสวยงาม โดดเด่น องค์พญาศรีสัตตาคราช หล่อด้วยทองเหลือง มีน้ำหนักรวม 9,000 กก. เป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปด เหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมดรวมฐาน 15 เมตร สามารถพ่นน้ำได้ ตามที่ทราบกันว่าพี่น้องชาวไทย-ลาว มีความเชื่อผูกพัน อยู่กับองค์พญานาค เช่นเดียวกับความผูกพันในลำน้ำโขง ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าล้วนศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค ในฐานะที่เป็น ผู้ดูแลปักปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รักษาพุทธศาสนา รวมถึงองค์พระธาตุพนม วัตถุประสงค์การก่อสร้างครั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรมประเพณี และความเชื่อเกี่ยวต่อเรื่องพญานาคของชาวไท และชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง อีกทั้งยังต้องการยกระดับ แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็น แลนด์มาร์กแห่งใหม่อีกจุดหนึ่งของภูมิภาคนี้
16:00 น. เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
18:00 น. บริการอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อย ต่อด้วยการเดินย่อย ช้อป ชิม ชิล ริมโขง ณ ถนนคนเดินนครพนม (ทุกวัน ศ -อา ตั้งแต่ 17.00-21.00 น.)

วันที่สอง พระธาตุเรณูนคร – พระธาตุพนม – วัดภูมโนรมย์ (จ.มุกดาหาร) – วัดบุ่งขี้เหล็ก (อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี) – หาดสลึง – สามพันโบก
07.00 – 08.30 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก พร้อมเก็บสัมภาระ Check out ออกเดินทาง
09:30 น. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ปัจจุบันมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม
11:00 น. วัดภูมโนรมย์ หรือ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารประมาณ 5 กม. มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร มีพืชพันธ์ไม้หายากหลายชนิด เช่น ต้นช้างน้าว ผัหวาน ที่ในอดีต ชาวบ้านแถบนั้นจะขึ้นภูเก็บผักหวานกัน อยู่ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นภูเขาที่มีความไม่สูงมากนัก มีพืชพันธุ์ไม้หลายชนิดที่หายาก เช่น ต้นช้างน้าว ดอกไม้ประจำจังหวัด ผักหวาน นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เป็นวัดเก่าแก่ มองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดมุกดาหาร แม่น้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ภายในบริเวณวัดมีรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างขึ้นจากหินทราย กว้าง 80 เซนติเมตร ยาว 1.8 เมตร และขณะนี้จังหวัดมุกดาหารยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างพระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคงเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 เป็นพระพุทธรูปบางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 39.99 เมตร สูง 59.99 เมตร รวมความสูงจากฐานถึงยอดเศียร 84 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล 75 ล้านบาท และเงินบริจากจากพุทธศาสนิกชนทั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง
12:00 น. บริการอาหารกลางวัน (4) ณ ร้านอาหาร
15:00 น. หาดสลึง เป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวไปตลอดแนวแม่น้ำโขง เป็นท่าเรือสำหรับล่องเรือชมวิวไปยังจุดต่างๆ เช่น หาดหงส์ ปากบ้อง หาดหินสี สามพันโบก
นำท่านนำท่านลงเรือที่ หาดสลึงเพื่อล่องชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำโขง ประติมากรรมหินทรายที่มีรูปร่างต่างๆ ซึ่งมีความงดงามแปลกตาตามธรรมชาติ อาทิ ปากบ้อง, ถ้ำนางเข็นฝ้าย, ถ้ำนางต่ำหูก, หาดหงษ์ , แก่งสองคอน, ภูเขาหิน และหาดแห่ และจอดเรือที่จุดที่เป็น ไฮไลท์ คือ สามพันโบกหรือ "แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม"เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็ก ใหญ่ จำนวนมาก ด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (ประมาณเดือนมกราคม – เมษายน) ทั้งนี้ ที่เรียกว่า "สามพันโบก" เพราะบนแก่งหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง (คำว่า "โบก" เป็นภาษาลาว แปลว่า "แอ่ง") จึงเรียกที่นี่ว่า สามพันโบก พาท่านเดินชม โบกรูปหัวใจ โบกรูปมิกกี้เมาส์ ผาหินรูปหัวสุนัข สระมรกต ฯลฯ โดยให้ท่านชม และถ่ายภาพจุดต่างๆ ตามอัธยาศัย (ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง ไป-กลับ โดยจะลงและขึ้นเรือที่ท่าเรือ หาดสลึง) เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย บริการอาหารเย็น ณ รีสอร์ทที่พัก

วันที่สาม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม – น้ำตกแสงจันทร์ - แม่น้ำสองสี – วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย – พระธาตุหนองบัว – ซื้อของฝาก – ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี
เช้ามืด นำทุกท่านชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีเนื้อที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียมอำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติ มากมายเช่นผาชัน น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปาฏิหารย์ ภูนาทาม เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศไทยและถือได้ว่า เป็นอุทยานแห่งชาติ แห่งแรกในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดน
ระหว่างประเทศไทยและ ประเทศลาวเป็นแนวเขต อุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุดทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี
ภาพเขียนสี ผาแต้มเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไป ชมภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นภาพเขียนสีที่ยาว ที่สุดในประเทศไทย
07.00 น. กลับเข้าที่พัก รับประทานอาหารเช้า (6) ณ ห้องอาหารของที่พัก พร้อมเก็บสัมภาระ Check out (09:00 น.)
10.00 น. น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลงรู) หนึ่งเดียวในเมืองไทย ชื่อของน้ำตกเรียกตามลักษณะของสายน้ำที่ตกผ่านลงรูหิน ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกแสงจันทร์นั้น เรียกตามสายธารน้ำตก ที่โปรยละออง ผ่านช่องหินลงมาเป็นสีขาวนวลคล้ายแสงจันทร์โดยเฉพาะในวันเพ็ญ ที่แสงจันทร์จะสาดส่องมาตรงรูหินพอดี พร้อมกับละอองของธารน้ำตก ที่โปรย ดูเป็นประกายสีนวลสวยงามมาก ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาของชื่อและเสน่ห์ของน้ำตกแห่งนี้ ที่ยังคงเก็บความงามสงบประสานอย่าง กลมเกลือนของธรรมชาติไว้ให้เป็นที่ประทับใจ
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (7) ณ ร้านอาหาร
13.00 น. นำทุกท่านชม แม่น้ำสองสี อีกหนึ่งสถานที่น่าท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏการของแม่น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกัน เกิดการเปรียบต่างสีน้ำของแม่น้ำ ทั้งสองสาย คือ แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหน้าน้ำหลากจะเห็นแม่น้ำทั้งสองสายที่ไหลมาบรรจบกันเป็นสองสีอยู่คนฝากฝั่ง อย่างชัดเจน ผู้คนพากันเรียกว่า “โขงสีปูน มูลสีคราม” นอกจากชมความอัศจรรย์ของแม่น้ำสองสีแล้ว ยังสามารถล่องเรือไปตามลำน้ำมูล และลำน้ำโขง เพื่อชมทัศนียภาพ ของธรรมชาติ และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ริมสองแม่น้ำทั้งสองฝากฝั่ง แม่น้ำสองสี “โขงสีปูน มูลสีคราม” ปรากฏการแม่น้ำไหล รวมกันเป็น สองสีเกิดขึ้นในบริเวณ ดอนด่านปากแม่น้ำมูล บ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี โดยแม่น้ำมูลที่มีสีออกสีคราม จะไหล ไปรวมกับแม่น้ำโขงที่สีออกจะขุ่นๆเป็นสีปูน เกิดเป็นแม่น้ำโขงที่มีสีของน้ำสองสี ก่อนจะค่อยๆรวมกันและเป็นสีเดียวกัน จุดที่สามารถชม แม่น้ำสองสีได้ คือบริเวณ ลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และที่หมู่บ้านห้วยหมาก
13.40 น. วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงโขงเจียมประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าไปตามทางเข้าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะฝั่งซ้ายประมาณ 200 เมตร บริเวณถ้ำมีพระพุทธไสยาสน์บรรยากาศสงบเงียบ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมนักท่องเที่ยวควรใช้ความสงบในการเยี่ยมชม รอบๆ วัดมีก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย มีต้นไม้และดอกไม้ตามฤดูกาลสวยงาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตกไหลจากหน้าผาด้านบนผ่านลงมาบริเวณด้านหน้าพระนอนก่อนที่จะตกลงสู่หุบเหวเบื้องล่างสร้างบรรยากาศให้ร่มเย็น จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกแห่งนี้เรียกว่าน้ำตกถ้ำเหวสินธุ์ชัย บริเวณเหนือถ้ำยังมีทุ่งดอกหญ้าที่มีความสวยงามหลายชนิด
16.00 น. นำทุกท่านสักการะ พระธาตุหนองบัว หรือ วัดหนองบัว เป็นวัดที่มีชื่อเสียง และมีความสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี และมีสถาปัตยกรรม ที่งดงามและน่าสนใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ควรจะได้แวะมาเที่ยวชมและสักการะสิ่งศักดิ์ที่วัดแห่งนี้ นั่นคือ “พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ” พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ภายในเป็น ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หลังจากนั้นได้มีการบูรณะและสร้างพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์องค์ปัจจุบันครอบ องค์พระธาตุเดิมไว้
16.45 น. ก่อนเดินทางกลับ แวะซื้อของฝาก เมืองอุบล ณ ร้านดาวทอง และ ร้านใกล้เคียง
17.45 น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี Check in โหลดสัมภาระ พร้อมเหินฟ้ากลับสู่ ท่าอากาศยานดอนเมือง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างปลอดภัย พร้อมความประทับใจ

3D2N package in Nakhon Phanom - Ubon Ratchathani special price only 6,500 baht from normal price of 7,000 baht/person

 

First day: Don Mueang International Airport - Nakhon Phanom Airport - Hồ Chí Minh Museum - Hồ Chí Minh Residence - Former Governor's Resident Museum - Saint Ann Catholic Church Nong Saeng – Naga Tunnel - Naga Monument

Morning – Don Mueang International Airport.

09.55 – arrive at Nakhon Phanom Airport.

10.30 – go to at Hồ Chí Minh Museum.

10.45 – visit Hồ Chí Minh Residence.

11.30 – lunch at a restaurant

12.45 – visit Former Governor's Resident Museum.

13.30 – visit Saint Ann Catholic Church Nong Saeng.

14.15 – go to Naga Tunnel which is a new landmark in Nakhon Phanom.

16.00 – check into the accommodation and leisure time.

18.00 – dinner at a restaurant. After that, enjoy shopping at Nakhon Phanom Walking Street (Friday – Sunday 17.00-21.00)

 

Second day: Wat Phrathat Renu Nakhon - Wat Phra That Phanom - Wat Roi Phra Putthabat Phu Manorom (Mukdahan) - Wat Bung Khi Lek (Ubon Ratchathani) - Hat Salung - Sam Phan Bok

07.00 – breakfast at the hotel and check out.

09.30 – go to Wat Phra That Phanom.

11.00 – go to Wat Roi Phra Putthabat Phu Manorom in Mukdahan.

12.00 – lunch at a restaurant

15.00 – visit Hat Salung and sightseeing Sam Phan Bok. After that, check into the resort and leisure time.

Evening – dinner at the resort

 

Third day: Pha Taem National Park - Sang Chan Waterfall - Two-Color River View Point - Wat Tham Heo Sin Chai - Wat Phrathat Nong Bua – buy souvenirs - Ubon Ratchathani Airport

Morning – watch the sunrise at Pha Taem National Park and sightseeing the historical murals.

07.00 – breakfast at the resort and check out.

10.00 – go to Sang Chan Waterfall.

12.00 - lunch at a restaurant

13.00 – visit Two-Color River View Point.

13.40 – visit Wat Tham Heo Sin Chai and Tham Heo Sin Chai Waterfall.

16.00 – pay respect to Phrathat Chedi Sri Maha Bodhi at Wat Phrathat Nong Bua.

16.45 – buy souvenirs at Dao Tong Shop and nearby shops.

17.45 – go to Ubon Ratchathani Airport.

arrive at Don Mueang International Airport safely.

ราคาพิเศษSpecial price 6,500 บาทBaht

จำนวน Number
แพ็กเกจ Packege
query_builder ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ Special deal’s duration : 2021-03-01 ถึง - 2021-10-31

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว เลย เชียงคาน ภูเรือ

3D2N package at Phu Ruea & Chiang Khan in Loei

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว เลย เชียงคาน ภูเรือ ราคาพิเศษเพียง 7,300 บาท จากราคาปกติ 7,800 บาท บาทต่อท่าน

วันแรก กรุงเทพฯ – หล่มสัก – ด่านซ้าย – วัดเนรมิตวิปัสสนา – พระธาตุศรีสองรัก – พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน – เชียงคาน
06.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย
06.30 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ อ.หล่มสัก โดยรถตู้ปรับอากาศ VIP บริการแซนวิช และเครื่องดื่มบนรถ จากนั้นเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
12.00 น. ถึง อ.หล่มสัก บริการอาหารกลางวัน ร้านอาหาร
13.00 น. เดินทางสู่ อ.ด่านซ้าย ตามเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา
14.00 น. นำท่านเที่ยวชม วัดเนรมิตวิปัสสนา ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ให้ท่านนมัสการ “พระพุทธชินราชจำลอง” ชม สถาปัตยกรรมภายในวัดที่สร้างจากศิลาแลง ที่ดูสวยงามแปลกตา ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระ วิหารที่สวยงาม แล้วนำท่านสักการะ พระธาตุศรีสองรัก ศิลปกรรมแบบล้านช้างที่คล้ายกับองค์พระธาตุ พนม เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งไมตรี ในการช่วยเหลือกัน ระหว่างกรุงศรีอยุธยาและ กรุงศรีสัตนาคนหุต(ลาว) กรุณางดแต่งกาย สีแดง ขึ้นสักการะองค์พระธาตุศรีสองรัก
15.00 น. นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ที่วัดโพนชัย ชมรูปแบบของหน้ากากผีตาโขนต่างๆ ที่มีสีสันสวยงาม เรื่องราวความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน หนึ่งเดียวในเมืองไทย
15.30 น. เดินทางสู่ อ.เชียงคาน เมืองน่ารักที่เงียบสงบริมแม่น้ำโขง ที่ยังคงความสวยงาม
17.00 น. เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
19.00 น. บริการอาหารค่ำ ร้านอาหาร หลังอาหารให้ท่านเดินเที่ยว ถนนคนเดินเชียงคาน บนถนนชายโขง ที่มีร้านค้ามากมาย เชิญท่านเลือกชมสินค้าและของที่ระลึกต่างๆตามอิสระ กลับเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง ตักบาตรข้าวเหนียว – ชมวิวภูทอก – วัดศรีคุนเมือง – แก่งคุดคู้ – วัดป่าห้วยลาด – พระกริ่งปวเรศ – ภูเรือ
05.00 น. ตื่นรับอรุณยามเช้าที่สดใส แล้วเดินทางสู่ถนนชายโขง เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรยามเช้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงคาน ตักบาตรข้าวเหนียว ณ ถนนชายโขง (ค่าข้าวเหนียวชุดละประมาณ 50-60 บาท)
06.30 น. บริการอาหารเช้า ห้องอาหารของที่พัก
07.30 น. ขึ้นรถสองแถวท้องถิ่น ขึ้นสู่ ภูทอก ภูเขาที่ไม่สูงมากนัก เป็นที่ตั้งของสถานีทวนสัญญาณทีโอที และเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเมืองเชียงคาน สามารถชมวิวแม่น้ำโขงได้โดยรอบ
08.30 น. กลับเข้าสู่ที่พัก ให้ท่านได้ทำธุระส่วนตัว เก็บสัมภาระ
09.30 น. อำลาที่พัก นำท่านเที่ยวชม วัดศรีคุนเมือง แหล่งรวมศิลปะล้านนาและล้านช้าง อุโบสถและพระประธาน มีลักษณะคล้ายที่วัดเชียงทอง ที่เมืองหลวงพระบาง มีองค์พระธาตุสีเหลืองตั้งเด่นอยู่กลางวัด
11.00 น. นำท่านชม แก่งคุดคู้ ล่องเรือชมแก่งหินกลางลำน้ำโขง จุดชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงที่งดงามแห่งหนึ่ง และให้ ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมืองเป็นของฝาก อาทิ ผ้านวมเชียงคาน,มะพร้าวแก้ว ที่เป็น สินค้าที่ขึ้นชื่อของเชียงคาน
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน ร้านอาหาร
13.00 น. นำท่านเดินทางสู่ อ.ภูเรือ ตามเส้นทางที่สวยงามลัดเลาะไปตามเขา
15.00 น. นำท่านเข้าสู่ วัดป่าห้วยลาด ในอดีตเป็นสำนักสงฆ์เล็กๆ และมีการพัฒนาจนเป็นเป็นวัด ปัจจุบันได้มี การสร้าง ศาลาเฉลิมพระเกียรติขึ้นใหม่ที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม เชิญท่านนมัสการพระขาวองค์ใหญ่ “พระสัพพัญญู รู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ” ขนาดความสูง 19 เมตร เคลือบด้วยแร่แคลไซด์ สีขาวบริสุทธิ์ ที่ ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุด ประดิษฐานภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ เพื่อความเป็นสิริมงคล
16.00 น. เดินทางเข้าสู่ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ให้ท่านได้กราบสักการะ พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑฎูรย์ประภา จอมแพทย์ (พระกริ่งปวเรศ) ที่งดงาม ขอพรเกี่ยวกับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และชมความงดงามของวัด ที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม
17.00 น. เดินทางเข้าสู่ที่พัก
18.30 น. บริการอาหารค่ำ ร้านอาหาร ค่ำ เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม อุทยานภูเรือ – ยอดภูเรือ – ชมพระอาทิตย์ขึ้น – วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว - ไร่กำนันจุล – สระบุรี – กรุงเทพฯ
05.00 น. ตื่นรับอรุณเช้ามืด นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ขึ้น พิชิตยอดภูเรือ (สูง 1,365 เมตร) จุดที่หนาวที่สุดของประเทศ (ในช่วงฤดูหนาว ท่านจะได้เห็นทะเลหมอกยามเช้า) ให้ท่านนมัสการพระพุทธรูปบนยอดเขา เพื่อความเป็นสิริมงคล และชมบรรยากาศของ พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า บนยอดภูเรือ ชมทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าสลับกับป่าสน ได้เวลาพอสมควร เดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
08.00 น. บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของรีสอร์ท
09.00 น. อำลาที่พัก นำท่านเดินทางสู่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากที่ ชาโต้เดอเลย เชิญท่านเลือกซื้อของฝากที่ขึ้นชื่อ อาทิ ไวน์แดง ไวน์ขาว บรั่นดี ผลองุ่นสด อะคาดาเมีย และของที่ระลึกต่างๆ
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (8) ร้านอาหาร
บ่าย วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นสถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม รายล้อยด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อน มีความงดงามของของเจดีย์ คือ ลวดลายการตกแต่งด้วยถ้วยกระเบื้อง หินสีต่างๆ ดูงดงามแปลกตา รวมทั้ง องค์พระพุทธรูปสีขาว ประดิษญานเรียงกัน 5 องค์ มองเห็นโดดเด่นแต่ไกล
แวะให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝากที่ ร้านไร่กำนันจุล อาทิ ปลาส้ม,ผลไม้แปรรูปต่างๆ,น้ำผลไม้ต่างๆ, ของขบเคี้ยวต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย เชิญท่านเลือกซื้อเป็นของฝากคนทางบ้าน
นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ (เซียร์รังสิต) โดยสวัสดิภาพ พร้อมกับภาพความประทับใจ

3D2N package at Phu Ruea & Chiang Khan in Loei special price only 7,300 baht from normal price of 7,800 baht/person

 

First day: Bangkok - Lom Sak – Dan Sai - Wat Neramit Wipatsana - Phrathat Sri Song Rak - Phi Ta Khon Museum – Chiang Khan

06.00 – meet at the meeting point.

06.30 – go to Amphoe Lom Sak by van and have breakfast on the way.

12.00 – arrive at Amphoe Lom Sak and have lunch at a restaurant.

13.00 – go to Wat Neramit Wipatsana and pay respect to a replica of Phra Phuttha Chinarat. Next, pay respect to Phrathat Sri Song Rak (do not wear red-colored clothes).

15.00 – visit Phi Ta Khon Museum at Wat Phon Chai.

15.30 – go to Amphoe Chiang Khan.

17.00 – check into the hotel.

19.00 – dinner at a restaurant and leisure time at Chiang Khan Walking Street. After that, go back to the hotel.

 

Second day: give sticky rice to monks as alms – Phu Tok - Wat Si Khun Muang – Kang Kut Khu - Wat Pa Huay Lad - Phra Kring Pawa Ret - Phu Ruea

05.00 – give sticky rice to monks as alms at Chai Kong Road (sticky rice alms 50-60 baht/set)

08.30 – go back to the hotel and pack your bag.

09.30 – visit Wat Si Khun Muang.

11.00 – sightseeing at Kang Kut Khu and buy souvenirs.

12.00 – lunch at a restaurant

13.00 – go to Amphoe Phu Ruea.

15.00 – visit Wat Pa Huay Lad and pay respect to Phra Khao.

16.00 – go to Wat Somdet Phu Ruea and pay respect to Phra Kring Pawa Ret.

17.00 – check into the resort.

18.30 – dinner at a restaurant. Go back to the hotel and leisure time.

 

Third day: Phu Ruea National Park – Phu Ruea – watch the sunrise - Wat Phrathat Pha Sorn Kaew – Kamnan Jun Farm – Saraburi – Bangkok

05.00 – go to Phu Ruea National Park and watch the sunrise.

08.00 – breakfast at the resort

09.00 – check out of the resort and go to Phetchabun. Buy souvenirs at Chateau De Loei.

12.00 – lunch at a restaurant

Afternoon – go to Wat Phrathat Pha Sorn Kaew. Next, buy souvenirs at Kamnan Jun Farm and go back to Bangkok safely.

ราคาพิเศษSpecial price 7,300 บาทBaht

จำนวน Number
แพ็กเกจ Packege
query_builder ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ Special deal’s duration : 2021-03-01 ถึง - 2021-10-31

แพ็กเกจ 4 วัน 3 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว แพร่ - น่าน - ปัว บ่อเกลือ

4D3N package in Phrae - Nan - salt pond in Amphoe Pua

แพ็กเกจ 4 วัน 3 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว แพร่ - น่าน - ปัว บ่อเกลือ ราคาพิเศษเพียง 9,300 บาท จากราคาปกติ 9,800 บาท บาทต่อท่าน

วันแรก กรุงเทพฯ – วัดพระธาตุช่อแฮ – พระธาตุอินแขวน
06.00 น รับคณะที่จุดนัดหมาย พร้อมติดแท็กกระเป๋าเดินทาง
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ จ.แพร่ โดยรถตู้ปรับอากาศ VIP บริการแซนวิช และเครื่องดื่มบนรถ จากนั้นเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
15.00 น. เดินทางถึง วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดแพร่และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล บุคคลใดที่มา เที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตนเอง จนมีคำกล่าวว่า ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่ แต่ไม่ได้มา นมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่ องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ ศิลปะเชียงแสน แบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก
16.10 น. พระธาตุอินแขวนจำลอง ตั้งอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาโพธิวงศาจริยาราม พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 เป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีจอ นอกจากจะได้สักการบูชา พระธาตุอินทร์แขวนจำลองแล้ว ยังจะได้สัมผัสองค์พระผุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และวัดนี้ ยังตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งโอโซนติดอันดับ 7 ของประเทศไทย มาไหว้พระขอพรแล้ว ยัง จะได้สูดอากาศชั้นดี ช่วยชาร์จพลังชีวิต ภายใน พุทธอุทยานมีเดินทางขึ้นไปนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน ประมาณ 200 เมตร เป็นขั้นบันไดและบางช่วงเป็นทางซีเมนต์ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ได้แก่ พระพุทธชยันตรีมหัศจรรย์ รอยพระพุทธบาท ถ้ำศิลาบรรณคูหา ซึ่งมีร่องรอยของสมบัติ ของคนโบราณ พระพุทธรูป
17.00 น ออกเดินทางเข้าสู่ที่พัก บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร เดินทางถึงที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง วัดพระธาตุเบ็งสกัด - วัดปรางค์ – วัดร้องแง – วัดภูเก็ต – ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ - ลำดวนผ้าทอ – กาแฟบ้านไทลื้อ – วัดศรีมงคล – ถนนคนเดินปัว
07.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้าด้วยอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น เย็นสบาย บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก
08.30 น. วัดพระธาตุเบ็งสกัด วัดเบ็งสกัดแห่งนี้คือวัดเก่าแก่ของอำเภอปัว เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองและศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอปัว ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีอากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์ ความเงียบสงบของวัดเบ็งสกัดจะช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นของทุกคนนั้น สงบร่มเย็นขึ้น วัดเบ็งสกัดมีโบราณสถานที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของเมืองน่านมากมาย เช่น พระธาตุเบ็งสกัด รวมถึง โบสถ์ วิหาร ศิลปะแบบล้านนาสมัยโบราณที่หาชมได้ยาก เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอปัวที่ไม่ควรพลาด
09.15 น. วัดปรางค์ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ ผิดธรรมชาติ พันธุ์พฤกษาน่าฉงน แค่เห็นเป็นต้นไม้หันหลังให้แดดหันหน้า เข้าวัดก็แปลกเหลือหลายอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าต้นไม้ ประหลาดต้นนี้เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้ง ที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่วตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND
10.00 น. วัดร้องแง เป็นวัดโบราณของอำเภอปัว มีวิหารเก่าแก่โดดเด่นและงดงามด้วยวิหารศิลปะไทยลื้อ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเก่าแก่ ของเมืองน่าน วัดร้องแงได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับรางวัล อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่7 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมดีเด่น ลักษณะของวิหารหน้าบันเป็นลายพันพฤกษา วิหาร มีหลังคาคลุมต่ำ ในวิหารมีพระประธานปางมารวิชัย ผนังหลังองค์พระมีจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติและมีราชชาดก ฝีมือของช่าง พื้นถิ่น บนเสาวิหารมีลวดลายสีทองบนพื้นสีแดง หรือ ลายคำ ที่ไม่ซ้ำกัน เช่น ลายกรวยเชิง ลายพรรณพฤกษา ลายดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ไม่ควรพลาดชมธรรมาสน์ทรงโบราณแบบดั้งเดิมของล้านนาที่หาชมได้ยาก
11.00 น. วัดภูเก็ต เห็นชื่อแล้วอาจจะแปลกใจกันเล็กน้อยว่าชื่อวัด น่าจะอยู่ในจังหวัดภูเก็ต มากกว่าที่จะอยู่ใน จังหวัดน่าน ซึ่งตามจริงแล้ววัดภูเก็ต ตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ชื่อว่า หมูบ้านเก็ต แต่ด้วยวัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือ เรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู" จึงตั้งชื่อว่า "วัดภูเก็ต” ถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม โดยจุดเด่นของวัด คือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัด ติด กับทุ่งนาที่กว้าง ไกลพร้อมด้วยฉากหลัง เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง ด้านล่างวัดมี แม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับซึมมาจากใต้ดินไหลรินรวมกันเป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย ทางวัดได้จัดให้เป็นเขตอภัยทานให้นักท่องเที่ยว สามารถให้อาหารจากลานข้างบน ผ่านท่อไหลลงไปให้กับฝูงปลาได้ และสามารถมองเห็นฝูงปลาที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรม ฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา" ที่ศักดิ์สิทธิ์ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
13.30 น. ลำดวนผ้าทอ ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดชาวไทลื้อมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ หลังจากช้อปปิ้งเสร็จแล้ว
ต้องแวะมาจิบเครื่องดื่ม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตล์ไทลื้อพื้นบ้าน ที่ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ของร้านลำดวนผ้าทอ เป็นอีกหนึ่งร้าน เก๋ ไก๋ ติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม เมื่อได้เห็นต้องร้องว้าวน่าซื้อเครื่องดื่มซักแก้ว ไปนั่งเล่น นอนเล่น รับลมเย็น มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋ เก๋ ยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร
15.00 น. วัดศรีมงคล (ก๋ง) เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่างๆให้ได้ชม
16.30 น. เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
17.30 น. บริการอาหารค่ำ
19.00 น. ถนนคนเดินปัว ให้ทุกท่านได้ ช้อป ชิม ชิล ของพื้นเมือง และสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชนของอำเภอปัว

วันที่สาม อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือโบราณสินเธาว์ – หมู่บ้านสะปัน – สะพานสะปัน – น้ำตกสะปัน – อุ่นไอมาง – ถนนคนเดินเมืองน่าน
05.30 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้าด้วยอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น เย็นสบาย พร้อม check out ออกจากที่พัก มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
06.00 น. ชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
08.30 น. บริการอาหารเช้า ณ ร้านอาหาร
10.00 น. บ่อเกลือโบราณ สิเธาว์ ที่ยังใช้วิธีการต้มแบบโบราณมานานหลายร้อยปี และบ่อน้ำเกลือกลางหมู่บ้านที่ใช้ผลิต “เกลือสินเธาว์” เกลือภูเขาที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น
11.00 น. หมู่บ้านสะปัน ชมบรรยากาศสูดอากาศบริสุทธิ์ มีสายหมอกคลอเคลียภูเขาตลอดเวลา แวะถ่ายรูปชมวิว บริเวณสะพานหมู่บ้านสะปัน ที่มาแล้วไม่ควรพลาด หลังจากเดินเล่นในหมู่บ้านกันชิลๆแล้ว
แวะเล่น น้ำตกสะปัน หรือถ่ายรูปเก๋ๆ บริเวณน้ำตก เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้าน มี 3 ชั้นใหญ่ ความสูงของน้ำตกชั้นที่ 1, 2, และ 3 สูงประมาณ 3, 5, 6, เมตร ตามลำดับ มีน้ำไหลตกตลอดทั้งปี เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ สภาพป่าไม้บริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นร่มเย็น สมบูรณ์สวยงามมาก
12.30 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
แวะจิ๊บชา กาแฟ ที่ อุ่นไอมาง ที่มีน้ำไหลผ่านโขดหิน ซ่อนตัวอยู่ทามกลางทิวเขาน้อยใหญ่เขียวขจีที่เป็นฉากหลังช่วยเพิ่มให้บรรยากาศของที่นี่ ให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลักในการก่อสร้าง การตกแต่งภายในด้วยเครื่องตกแต่งที่หลากหลาย แต่สวยงาม เข้ากับบรรยากาศอย่างมาก โซนห้องอาหารและร้านกาแฟ จะอยู่ริมถนน สามารถสั่งกาแฟนั่งดื่ม ชมวิว เพลิดเพลินไปกับ วิวสวยๆของลำธาร
15.30 น. หลังจากอิ่มกับบรรยาศบนหุบเขาที่หมู่บ้านสะปันแล้ว จะพาทุกท่านมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองน่าน
18.00 น. บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
19.00 น. ถนนคนเดินเมืองน่าน ให้ทุกท่านได้ ช้อป ชิม ชิล ของพื้นเมือง และสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชนของเมืองน่าน
20.30 น. เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่ ซุ้มต้นลีลาวดี – วัดภูมินทร์ – วัดศรีพันต้น – กรุงเทพฯ
07.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้าด้วยอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น เย็นสบาย พร้อม check out ออกจากที่พัก
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก
08.30 น. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน
ภาพซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม ที่เราชินตาจากภาพในต่างประเทศ ซึ่งบรรยากาศของการเดินอยู่ใต้โถงต้นลีลาวดีแห่งนี้ ถูกยอมรับว่าสวยงาม และร่มรื่นติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดเก็บภาพความประทับใจ
วัดภูมินทร์ ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็คือ เป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระประธานจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวนาค พระอุโบสถจตุรมุขนี้กรมศิลปกรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของ ประเทศไทย
พระอุโบสถ ตรงใจกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออก ด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องพระปฤษฏางค์ ชนกันประทับ นั่งบนฐานชุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผู้ที่ไปชมความงามของพระอุโบสถนี้ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศใด จะพบพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน และชมจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก ที่ขึ้นชื่อและเป็นสัญลักษณ์อีก 1 อย่างของเมืองน่าน
09.30 น. วัดศรีพันต้น สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน ภายในวัดมีวิหารที่สวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียร เฝ้าบันได หน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา มีความสวยงามมาก ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา และภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติ การกำเนิด เมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอ ย่างยิ่ง
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
22.00 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมกับภาพความประทับใจ

4D3N package in Phrae - Nan - salt pond in Amphoe Pua special price only 9,300 baht from normal price of 9,800 baht/person

First day: Bangkok – Wat Phrathat Cho Hae – Phrathat In Khwaen

06.00 – meet at the meeting point and go to Phrae by VIP van.

12.00 – lunch at a restaurant

15.00 – arrive at Wat Phrathat Cho Hae and pay respect to Phrathat Cho Hae.

16.10 – pay respect to Phrathat In Khwaen at Doi Pha Sawan Buddhist Park and sightseeing stunning scenery.

17.00 – check into the accommodation. Have dinner and leisure time.

 

Second day: Wat Phrathat Beng Sakat – Wat Prang - Wat Rong Ngae – Wat Phu Ket - Huanam Mushroom Farm – Lamduan Textile - Ban Tai Lue Café – Wat Sri Mongkhon – Pua Walking Street

07.00 – breakfast at the hotel

08.30 – visit Wat Phrathat Beng Sakat and pay respect to Phrathat Beng Sakat

09.15 – visit Wat Prang and see the amazing Dig Diem tree that shakes itself when you touch it.

10.00 – visit Wat Rong Ngae and sightseeing stunning ancient architecture.

11.00 – visit Wat Phu Ket (temple on the Ket mountain). Pay respect to Luang Por San Pua and sightseeing beautiful scenery.

12.00 – lunch at a restaurant

13.30 – visit Lamduan Textile which is a souvenir shop selling various Tai Lue textile products. After that, take a break at Ban Tai Lue Café. Enjoy a cup of coffee while sightseeing the stunning nature.

15.00 – visit Wat Sri Mongkhon and pay respect to Luang Pu Kong.

16.30 – go back to the hotel and leisure time.

17.30 – dinner

19.00 – visit Pua Walking Street and enjoy shopping

 

Third day: Doi Phu Kha National Park – ancient salt pond – Sapan Village – Sapan Bridge – Sapan Waterfall - Oun I Mang – Nan Walking Street

05.30 – check out and go to Doi Phu Kha National Park.

06.00 – watch the sunrise at Doi Phu Kha National Park.

08.30 – breakfast at a restaurant

10.00 – visit the ancient salt pond village that still conserves its traditional salt production.

11.00 – visit Sapan Village and enjoy taking photos of beautiful scenery. Visit Sapan Waterfall.

12.30 – lunch at a restaurant. Take a break at Oun I Mang and enjoy a cup of coffee with a stunning view.

15.30 – head to Nan City

18.00 – dinner at a restaurant

19.00 – visit Nan Walking Street and enjoy shopping.

20.30 – check into the accommodation and leisure time.

 

Fourth day: plumeria tunnel - Wat Phumin - Wat Sri Panthon – Bangkok

07.00 – have breakfast and check out of the hotel.

08.30 – visit Nan National Museum and see the beautiful plumeria tunnel. Next, visit Wat Phumin and see the famous mural.

09.30 – visit Wat Sri Panthon. Sightseeing many amazing stuccos, sculptures, and murals.

12.00 – lunch at a restaurant

22.00 – arrive in Bangkok safely

ราคาพิเศษSpecial price 9,300 บาทBaht

จำนวน Number
แพ็กเกจ Packege
query_builder ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ Special deal’s duration : 2021-03-01 ถึง - 2021-10-31

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว กาญจนบุรี - สังขละบุรี

3D2N package in Kanchanaburi - Sangkhla Buri

แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว กาญจนบุรี - สังขละบุรี ราคาพิเศษเพียง 7,300 บาท จากราคาปกติ 7,800 บาท บาทต่อท่าน

วันแรก กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี - วัดสระลงเรือ - วัดทิพย์สุคนธาราม - สะพานข้ามแม่น้ำแคว - ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ - สังขละบุรี
06.00 น. รับคณะที่จุดนัดหมาย พร้อมทีมงานให้การดูแล คอยให้บริการต้อนรับ บริการอาหารว่าง แบบ Box Set บนรถ พร้อมออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี
06.30 น. ออกเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศสู่ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี
09.00 - 09.45 น. เดินทางถึง วัดสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา ชมเรือสุพรรณหงส์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งตระหง่าน ภายในสระน้ำเนื้อที่ 15 ไร่ มองเห็นได้แต่ไกล วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางจนเมื่อร้อยกว่าปีก่อนมีการค้นพบสระน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงเจดีย์โบราณ 2 องค์ และหลวงพ่อใหญ่องค์ดำหรือพระพุทธอนันตภูมิสุคุตโตที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ จึงนำมาสู่การบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่และตั้งชื่อว่า “วัดสระลงเรือ”
10.00 - 10.45 น. เดินทางถึง วัดทิพย์สุคนธาราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ วัดที่มีพระปางขอฝนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา
12.00 - 13.30 น. บริการอาหารกลางวัน (2) ณ ร้านอาหาร พร้อมเดินชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว
14.30 น. เดินทางถึง ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ สถานอนุสรณ์ที่แสดงถึงความโหดเหี้ยม ของทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า ที่ญี่ปุ่นต้องการสร้างผ่าน และดำเนินการสร้างโดยเชลยศึกชาวออสเตรเลีย และเชลยศึกฝ่ายพันธมิตร
15.30 น. ออกเดินทางสู่ สังขละบุรี เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม จังหวัดกาญจนบุรี สัมผัสอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ไทย
17.30 น. เดินทางถึง สะพานมอญ แห่งสังขละบุรี ที่ผสานสองฝั่งไทย-มอญ ที่เห็นเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ถึงมนต์เสน่ห์ ซึ่งมีอีกชื่อเรียกหนึ่ง ว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 850 เมตร สร้างเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย เชื่อมการสัญจรมอญ-สังขละให้ถึงกัน สะพานมอญยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ และแสงยามเช้าที่สวยงาม
เช็คอินเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
18.30 น. บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
20.00 น. กลับสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง ตักบาตรวิถีมอญ - ล่องเรือชมเมืองบาดาล - วัดวังก์วิเวการาม - เจดีย์พุทธคยา - ด่านเจดีย์สามองค์ - ถนนคนเดิน
05.30 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้าที่สังขละบุรี ให้ท่านทำภาระกิจ เตรียมพร้อมสำหรับการตักบาตรวิถีมอญ
06.00 น. พร้อมกัน ณ สะพานมอญ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและสัมผัสบรรยากาศยามเช้าท่ามกลางอากาสที่เย็นสบาย พร้อมกิจกรรมยามเช้าที่ชาวมอญและชาวไทยท้องถิ่น รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต้องไปร่วมกิจกรรมงานบุญนี้ คือ การตักบาตรวิถีมอญ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวมอญที่อยู่อาศัยในสังขละบุรี
(ค่าชุดตักบาตรและเช่าชุดพื้นเมือง ชุดละประมาณ 80-100 บาท ไม่รวมอยู่ในค่าบริการทัวร์)
08.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก
09.00 - 10.30 น. นำท่าน ล่องเรือชมเมืองบาดาล หรือ วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า (วัดหลวงพ่ออุตตมะ) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นหนึ่งใน แหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ที่มีชื่อเสียงทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ
11.00 -11.45 น. นำท่านชม วัดวังก์วิเวการาม ที่สร้างขึ้นใหม่ ภายในงดงามไปด้วยด้วยศิลปะแบบมอญ มีหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริงปั้นเป็นรูปหลวงพ่ออุตตมะ นั่งอยู่บนบังลังก์หน้าประสาทหลังใหญ่ 9 ยอดที่ใช้เก็บสังขารของท่าน มีพระพุทธรูปหินอ่อน งาช้างแมมมอธ และ เจดีย์พุทธคยาจำลอง ซึ่งจำจำลองแบบจาก เจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
13.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนตะวันตกของประเทศไทย กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า
13.30 -14.30 น. เดินทางถึง ด่านเจดีย์สามองค์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "หินสามกอง" ด่านเจดีย์สามองค์ เป็นเขตสิ้นสุดชายแดนตะวันตกของประเทศไทย กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ในสมัยก่อนที่แห่งนี้เคยเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญในการทำสงครามไทย–พม่า มีผู้สันนิษฐานว่า ตามธรรมเนียมผู้ที่เดินทางผ่านมาบริเวณนี้ จะนำหินมากองไว้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเดินทาง
15.00 น. เดินทางกลับถึงที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมรับประทานอาหารค่ำ
18.30 น. บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
ปิดท้ายวันด้วยการเดินช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ณ ถนนคนเดินสังขละบุรี มีของกินให้เลือกหลากหลาย รวมทั้งมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี มหรสพอยู่ตลอดทาง เป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ
20.00 น. กลับสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ - ร้านแก้วของฝากเมืองกาญฯ - กรุงเทพฯ
08.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ที่พัก
09.00 น. เช็คเอาท์ ออกจากที่พัก นำท่านเดินทางสู่ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
12.00 -13.00 น. บริการอาหารกลางวัน (8) ณ ร้านอาหาร
13.45 - 14.30 น. เดินทางถึง อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน พบศิลปกรรมที่สำคัญ คือ พระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง รูปลักษณ์คล้ายกับที่ประเทศกัมพูชา
15.15 น. แวะซื้อของฝาก ร้านแก้วของฝากเมืองกาญฯ พบกับความหลากหลายของขนมอร่อย กว่า 1,000 รายการ อาหารจานด่วนเลิศรส ของฝากเลื่องชื่อ อาทิ มะขามกวนแก้ว ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ วุ้นมะพร้าวอ่อน น้ำพริกเผา น้ำมะขามสด บ๊วยมะขาม เยลลี่มะขามรสบ๊วย ฯลฯ รับรองโดยเปิบพิศดารแม่ช้อยนางรำ มายาวนานกว่า 30 ปี
15.45 น. ออกเดินทางกลับ กรุงเทพมหานคร
18.00 น. เดินทางถึง ปั๊มน้ำมัน ปตท. วิภาวดี (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยหอการค้า) ส่งท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

3D2N package in Kanchanaburi - Sangkhla Buri special price only 7,300 baht from normal price of 7,800 baht

 

First day: Bangkok – Kanchanaburi - Wat Sa Long Ruea - Wat Thipsukhontharam - River Kwai Bridge - Chong Khao Khat - Sangkhla Buri

06.00 – meet at the meeting point.

06.30 – go to Amphoe Huai Krachao in Kanchanaburi by van.

09.00-09.45 – arrive at Wat Sa Long Ruea and see the largest Suphannahong model boat in the world.

10.00-10.45 – arrive at Wat Thipsukhontharam and pay respect to the largest Buddhist image in the attitude of wishing for rain.

12.00-13.30 – lunch at a restaurant and take a walk at River Kwai Bridge

14.30 – arrive at Chong Khao Khat and visit Hellfire Pass Interpretive Centre and learn about the history of the Japanese army during WWII.

15.30 – go to Sangkhla Buri.

17.30 – arrive at Mon Bridge and sightseeing stunning scenery. After that, check into the accommodation and leisure time.

18.30 – dinner at a restaurant

20.00 – go back to the hotel and leisure time.

 

Second day: give alms to monks in Mon people style – sightseeing Mueang Badan - Wat Wang Wiwekaram - Chedi Phutthakhaya - Three Pagodas Pass – walking street

05.30 – prepare yourself for giving alms to monks.

06.00 – meet at Mon Bridge and participate in giving alms to monks in Mon style. (alms set and traditional clothes cost 80-100 and not included in the tour cost)

08.00 – breakfast at the hotel

09.00-10.30 – visit Mueang Badan by boat (also known as the old Wat Wang Wiwekaram).

11.00-11.45 – visit the new Wat Wang Wiwekaram and pay respect to Chedi Phutthakhaya.

12.00 – lunch at a restaurant

13.00 – go to the Three Pagodas Pass.

13.30-14.30 – arrive at the Three Pagodas Pass which is the border between Thailand and Myanmar.

15.00 – go back to the hotel and leisure time.

18.00 – dinner at a restaurant. After that, visit Sangkhla Buri Walking Street. Enjoy shopping and cultural shows along the way.

20.00 – go back to the hotel and leisure time.

 

Third day: Prasat Mueang Sing Historical Park - Kaew Souvenir Shop – Bangkok

08.00 – breakfast at the hotel.

09.00 – check out the hotel and go to Amphoe Sai Yok.

12.00-13.00 – lunch at a restaurant

13.45-14.30 – arrive at Prasat Mueang Sing Historical Park and see many important religious sculptures.

15.15 – buy souvenirs at Kaew Souvenir Shop.

15.45 – go back to Bangkok.

18.00 – arrive at PTT Vibhavadi gas station safely.

ราคาพิเศษSpecial price 7,300 บาทBaht

จำนวน Number
แพ็กเกจ Packege
query_builder ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ Special deal’s duration : 2021-03-01 ถึง - 2021-10-31

ดีลแนะนำต้องลอง

Recommended deals

กรุณาแจ้งการใช้สิทธิ์ก่อนใช้บริการ
สำหรับเดินทาง 8 ท่าน ขึ้นไป

อัตรานี้รวม
ค่ารถตู้ปรับอากาศ VIP พร้อมน้ำมันและคนขับนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
มัคคุเทศก์ดูแลตลอดการเดินทาง
ค่าที่พัก 2 คืน ห้องแอร์ ทีวี พักห้องละ 2 ท่าน
ค่าอาหารที่ระบุในรายการ 5 มื้อ
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่
ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของบริษัทประกันชีวิต

อัตรานี้ไม่รวม
ค่าตั๋วเครื่องบิน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่ของชาวต่างชาติที่เพิ่มเติมตามการจ่ายจริง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% (ในกรณีขอใบกำกับภาษี)


สิ่งที่ควรนำไป
หมวกกันแดด และ ครีมกันแดด
รองเท้าสวมสบาย รองเท้ารัดส้น
ของใช้ส่วนตัว
ยาประจำตัว
กล้องถ่ายรูป

เงื่อนไขการจองและสำรองที่นั่ง
วางเงินมัดจำภายใน 48 ชม. หลังการจองท่านละ 2,000 บาทหรือ 50% ของราคาเต็ม
ชำระส่วนที่เหลือก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 10 วัน
หากจองก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 10 วันต้องชำระเต็มจำนวน 100%
หากไม่ชำระส่วนที่เหลือก่อนวันเดินทาง 7 วัน ถือว่าสละสิทธิ์และไม่สามารถเรียกเงินมัดจำคืน ได้

Please notify the promotion before service.

For 8 persons or more

 

Including:

VIP van

Guide

2-night accommodation (air condition + tv) (2 persons/room)

5 meals

Admission fee for tourist attractions

Boat fare from Hat Salueng to Sam Phan Bok

1,000,000 baht travel insurance / 500,000 baht medical expenses according to the insurance

 

Excluding:

Air-ticket

Other personal expenses

Admission fee for tourist attractions for foreigners

7% VAT and 3% withholding tax (if you request for the tax invoice)

 

You should bring:

Hat and sunscreen

comfortable footwear

Personal belongings

Personal medication

Camera

 

Booking conditions

Pay 2,000 baht deposit/person (or 50% of the full price) within 48 hrs. after booking

Pay the rest at least 10 days before the trip date

If the booking is made less than 10 days before the trip date, you must pay 100%

If you don’t pay the rest 7 days before the trip date, the booking will be canceled and no refund

แชร์ไปยัง Share
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย The Tourism Authority of Thailand (Headquarter)

1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
ประเทศไทย

โทรศัพท์ : (66)2 250 5500
ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672

1600 New Petchaburi Rd, Makkasan,
Ratchathewi, Bangkok, 10400,
Thailand

Tel : (66)2 250 5500
TAT contact center 1672